fbpx

David Beckham ตำนานเทพบุตรเท้าช่างทอง

 David Beckham ตำนานเทพบุตรเท้าช่างทอง

(FILES) In a file picture taken on May 3, 2003 David Beckham celebrates after making it Manchester United 1-Charlton 0 during their English Premier League football match at Old Trafford, in Manchester. David Beckham is to retire from professional football at the end of the season, his representative announced on on May 16, 2013. The 38-year-old midfielder has played for Manchester United, Real Madrid and AC Milan, as well as winning 115 caps for England, and recently won the French Ligue 1 championship with Paris Saint-Germain. AFP PHOTO / PAUL BARKERPAUL BARKER/AFP/Getty Images

Digiqole ad

David Beckham ตำนานเทพบุตรเท้าช่างทอง

เดวิด เบ็คแฮม ตำนานเจ้าพ่อลูกนิ่ง

เดวิด เบ็คแฮม ตำนานเจ้าพ่อลูกนิ่ง เกิดเมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม 1975ในเมือง ลีย์ตันสโตน ในกรุงลอนดอน เนื่องจากพ่อของเขา เท็ด เบ็คแฮม เป็นแฟนของสโมสรฟุตบอลแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด และเดินทางไปดูการแข่งขันที่สนามโอลด์ แทรฟฟอร์ดอยู่เสมอ เบ็คแฮมจึงได้เข้าเป็นนักเตะฝึกหัดของแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด

เดวิด เบ็คแฮม ตำนานเจ้าพ่อลูกนิ่ง
หนุ่มน้อย เบ็คแฮม ในวัยเด็ก

เขาใช้เวลานานกว่าใครเมื่อเทียบกับเพื่อนร่วมรุ่น Class of 92 คนอื่น เพราะเขาเริ่มต้นกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ตั้งแต่ปี 1991 แต่ทว่าต้องรอจนถึงปี 1995 กว่าจะได้โอกาสประเดิมสนามเนื่องจากการ ย้ายออกไป ของ อังเดร แคนเชลส์กี้ส์ โดยเขาได้รับโอกาสให้ประจำการทางกราบขวา และสามารถทำประตูได้ในนัดแรกของฤดูกาล (ชนะ เวสต์แฮม 3-1) และได้เป็นตัวจริงถาวรนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ฤดูกาลแรกของเบ็คแฮมนั้นจบลงอย่างเลอเลิศคว้าทั้งพรีเมียร์ลีกและเอฟเอคัพ

เดวิด เบ็คแฮม ตำนานเจ้าพ่อลูกนิ่ง
ประเดิมสนามให้กับปีศาจแดงในปี 1994-1995

ชื่อเสียงของเขาโด่งดังเป็นพลุแตกภายในฤดูกาล 1996 เมื่อเบ็คแฮมยิงประตูจากครึ่งสนามเข้าไปในเกมที่พบกับวิมเบิลดัน ประตูนี้ทำให้ชื่อเสียงของเขากลายเป็น ทอล์ค ออฟ เดอะ ทาวน์ ตอกย้ำความร้อนแรงด้วยการจบฤดูกาลด้วยการคว้า รางวัลนักฟุตบอลดาวรุ่งยอดเยี่ยมของพีเอฟเอซึ่งโหวตโดยผู้เล่นในพรีเมียร์ลีก และนั้นเองทำให้ถูกเรียกไปติดทีมชาติชุดเลยศึกฟุตบอลโลกที่ฝรั่งเศส

เดวิด เบ็คแฮม ตำนานเจ้าพ่อลูกนิ่ง
ลูกยิงที่ว่ากันว่าเป็นจุดเริ่มต้นของชายที่ชื่อ เดวิด เบ็คแฮม

แม้เขาจะลงเล่นในรอบคัดเลือกของฟุตบอลโลก 1998ครบทุกนัด แต่ 2 นัดแรกที่ฝรั่งเขาเขาโดนดร็อปอยู่ข้างสนาม เพราะ ผู้จัดการทีมชาติในตอนนั้น อย่าง เกล็น ฮ็อดเดิ้ล มองว่าเขาหลงระเริงกับชื่อเสียง และ สนใจแต่เรื่องนอกสนามมากเกินไป เบ็คแฮม ได้รับโอกาสให้ลงสนามในนัดที่อังกฤษพบโคลอมเบีย ก่อน สังหารฟรีคิก พาทีมเอาชนะ 2-0 เรียกว่าตอนนั้น เดวิด เบ็คแฮม โด่งดังไปทั่วไม่ใช่เฉพาะแค่ในอังกฤษแล้ว

แต่แล้วเรื่องที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น จากฮีโร่ในรอบก่อนหน้านั้น เขาดันมาตบะแตกทำฟาวล์ใส่ ดิเอโก้ ซิเมโอเน่ ระหว่างเกมที่พบกับ อาเจนติน่า ทำให้ อังกฤษต้องเล่นกัน 10คน ผู้เล่นอังกฤษช่วยกันยื้อจนหมดเวลา 120 นาที ก่อนแพ้ไปในการยิงจุดโทษตัดสิน อังกฤษตกรอบและต้องเก็บกระเป๋ากลับบ้านไปไวกว่าที่คาด

เบ็คแฮม กลายเป็นแพะรับบาป โดนกล่าวว่าเป็นต้นเหตุของการตกรอบ เบ็คแฮม เจอมรสุมในชีวิตอย่างหนัก สำนักข่าวทั้งอังกฤษเล่นงานเขาอย่างหนัก อีกทั้ง ครอบครัว และ ตัวเขาเริ่มถูกคุกคาม ลุกลามไปจนถึงการขู่ทำร้ายร่างกายเขาและครอบครัว

เดวิด เบ็คแฮม ตำนานเจ้าพ่อลูกนิ่ง
เขาเข้าสู่ช่วงมรสุมอย่างหนัก หลังโดนใบแดงในเกมกับอาเจนติน่า

เบ็คแฮม กลับมาสู่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ด้วยสภาพจิตใจที่พังยับเยิน เขายังคงถูกโจมตีโดยสื่อของอังกฤษไม่เว้นแต่ละวัน แต่เหล่าเพื่อนร่วมทีม และ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ยังเชื่อมั่นและศรัทธาในตัวเขาเหมือนเดิมไม่เคยเปลี่ยน

เบ็คแฮมตั้งหน้าตั้งตาเล่นฟุตบอลเหมือนอย่างเคย เก็บความผิดพลาดที่ผ่านมาเป็นบทเรียนไว้เตือนตัวเอง แล้วเขาก็ใช้ผลงานในสนามเป็นการพิสูจน์ตัวเอง เมื่อเขาเป็นส่วนหนึ่งในการพา แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คว้า ทริปเปิ้ล แชมป์ ในปีถัดมาหลังผ่านเรื่องราวร้ายๆในชีวิตมาจากฟุตบอลโลกที่ฝรั่งเศส

david beckham
เขาและเพื่อนร่วมทีม ร่วมฉลอง สามแชมป์กับแฟนบอลอย่างหนาแน่นที่เมือง แมนเชสเตอร์

แต่บาดแผลเดียวในใจที่ยังคงวนเวียนในความคิดของเขาคือ เขายังลืมเหตุการณ์ที่โดนใบแดงที่ฝรั่งเศสไม่ได้สักที เขายังคงเฝ้ารอโอกาสที่จะแก้ตัวเองต่อแฟนบอลทีมชาติ อังกฤษ เบ็คแฮมได้รับการแต่งตั้งเป็นกัปตันทีมชาติอังกฤษในปี 2000 โดยปีเตอร์ เทย์เลอร์ ที่ตอนนั้นคุมทีมชั่วคราวหลัง เควิน คีแกน ลาออก เป็นผู้แต่งตั้งเขา แม้ว่าภายหลัง อังกฤษ แต่งตั้ง สเวน โกรัน อีริคสัน เป็นผู้จัดการทีม เขาก็ยังได้รับเกียรติให้เป็นกัปตันทีมชาติต่อไปเหมือนก่อนหน้านี้

ฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกปี 2002 ดำเนินมาถึงการแข่งนัดสุดท้าย อังกฤษทีมที่ถูกยกเป็นทีมที่น่าจับตามองทีมหนึ่ง กลับทำผลงานได้ไม่ดีเท่าที่ใครๆคาดหวังไว้ อังกฤษทำตัวเองลำบากหลายต่อหลายครั้ง แต่โชคยังเข้าข้างเมื่อต้องการแค่ 1แต้ม หรือ เสมอ กับ กรีซ ก็สามารถผ่านเข้ารอบฟุตบอลโลกได้แล้ว

แต่ใครจะไปคิด เวลาผ่านจนช่วงท้ายเกมส์ กลายเป็นอังกฤษตามหลังกรีซอยู่ 2-1 โอกาสไปบอลโลกนั้นเลือนลางเต็มที แต่ทว่า บทฮีโร่ของประเทศมันถูกเขียนเอาไว้แล้ว เมื่อเป็น กัปตัน เบ็คแฮม สังหารฟรีคิกเครื่องหมายการค้า ตีเสมอกับทีม และ พาทีมชาติ อังกฤษ ผ่านเข้าไปเล่นฟุตบอลโลกได้อย่างสุดมหัศจรรย์

david beckham
สังหารฟรีคิกตีเสมอ กรีซ ทำคนทั้งประเทศฉลองกันแบบสุดๆ

เบ็คแฮมได้รับบาดเจ็บจากการแข่งขันยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ในเดือนเมษายน 2002 จึงหมดสิทธิ์เล่นทั้งฤดูกาล แต่เขาหายทันการแข่งขันฟุตบอลโลก 2002ที่ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้เป็นเจ้าภาพร่วม และในที่สุดช่วงเวลาที่รอคอยมาตลอดก็มาถึง

เขาสังหารจุดโทษเป็นประตูชัยในนัดที่พบกับอาร์เจนตินา พาทีมผ่านเข้ารอบต่อไป ชั่วโมงนี้ไม่มีใครมีความสุขเท่า เบ็คแฮม อีกแล้ว เพราะถือเป็นการ เคลียร์ปัญหาบาดแผลที่อยู่ในใจมานานให้หมดไปเสียที เบ็คแฮมถึงกับกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ทันทีหลังจบเกมส์ เพราะเขาเฝ้ารอโอกาสนี้มานานเหลือเกิน โอกาสที่จะชดใช้ แก้ตัวในสิ่งที่เขาทำผิดต่อแฟนบอลทีมชาติ อังกฤษ

david beckham
สะใจสุดขีด หลัง ทำประตูชัยเอาชนะ อาเจนติน่า ลบบาดแผลภายในใจตัวเองออกไปได้เสียที

แต่สุดท้ายอังกฤษแพ้ให้กับบราซิลในการแข่งขันรอบถัดมาอยู่ดี ไปไม่ถึงฝั่งฝันเหมือนอย่างที่ตั้งใจเอาไว้

ฤดูกาล 2002-2003 เขาได้รับอาการบาดเจ็บบ่อยครั้ง ทำให้เสียตำแหน่งตัวจริงไป ตอนนั้น เซอร์ อเล็กซ์ เริ่มมีปากเสียงกับเขาบ้างแล้วเล็กน้อย หลังสังเกตุได้ถึงการเปลี่ยนทั้งในสนามและนอกสนาม เขารู้สึกว่า เบ็คแฮม ไม่เหมือนคนเดิม สนใจแต่เรื่องนอกสนามมากจนเกินไป หลังแต่งงานกับ วิคตอเรีย ซุปตาร์แห่งวง สไปซ์ เกิร์ล

ทุกอย่างเริ่มแย่ลงเมื่อ เฟอร์กูสัน ต่อว่า เบ็คแฮม อย่างหนัก หลังมองว่าเขาไม่ทุ่มเทเต็มที่และไม่ตามประกบตัวรุกของอาเซน่อล ทำให้แพ้คาบ้านตกรอบเอฟเอ คัพไปในที่สุด เหตุการณ์บานปลายจนถึงขั้น เฟอร์กูสันเตะสตั๊ดแล้วดันไปโดนคิ้วของเขา จนแตกและมีเลือดออก ไม่มีใครรู้ได้ว่าเฟอร์กูสันตั้งใจหรือไม่ แต่ที่รู้ๆคือ เบ็คแฮม ฉุนขาดมากปรี่เข้าหาผู้จัดการทีม จนเพื่อนร่วมทีมต้องช่วยกันแยก สื่ออังกฤษเล่นข่าวนี้อย่างหนักหลังวันต่อมา พบว่า เบ็คแฮม มีบาดแผลที่คิ้วของเขา

david beckham
เบ็คแฮม กับ รอยแผลที่เกิดจากเหตุการณ์ สตั๊ดบิน อันลืนลั่น

จากนั้นเบ็คแฮมก็ถูกดร็อปในเกมแชมเปี้ยนส์ ลีก ที่พบกับเรอัล มาดริด ก่อนจะถูกเปลี่ยนตัวลงมายิงได้ 2 ประตู แต่นั่นก็ไม่เพียงพอสำหรับทีมปีศาจแดง หลังจากที่มีการคาดเดากันไปต่างๆ นานามาหลายเดือน

ในที่สุดเบ็คแฮมก็ย้ายไปเล่นกับเรอัล มาดริด หลังจากที่คว้าเหรียญแชมป์พรีเมียร์ ลีก ได้เป็นสมัยที่ 5 โดยปิดท้ายด้วยฟรีคิกในนัดสุดท้ายของฤดูกาลที่เจอกับเอฟเวอร์ตัน ฝากผลงานกับทีมรักไว้ที่ 394 นัด ทำได้ 85 ประตู

มุ่งหน้าสู่สเปน ร่วมโปรเจค กาลาติกอส ของ “ราชันชุดขาว” เรอัล มาดริด

เดวิด เบ็คแฮม ตำนานเจ้าพ่อลูกนิ่ง
เปิดตัวกับกับ ราชันชุดขาว เรอัลมาดริด สวมเสื้อเบอร์ 23

เบ็คแฮมเซ็นสัญญา 4 ปีกับ รับค่าตัวประมาณ 35 ล้านยูโร เบ็คแฮมใส่หมายเลข 23 โดยให้เหตุผลว่าเขาเป็นแฟนของไมเคิล จอร์แดน นักบาสเก็ตบอลชื่อดัง การซื้อขายครั้งนี้ ส่งผลดีกับ เรอัล มาดริด อย่างมาก เพราะเบ็คแฮมโด่งดังมากๆในเวลานั้น การย้ายทีมมาของเขาทำให้ราชัน ชุดขาว ได้อานิสงค์ไปไม่น้อย

แม้จะทำผลงานได้อย่างดีในฤดูกาลแรก แต่มาดริดไม่สามารถคว้าแชมป์ใดๆ และในฤดูกาล 2007/08 ถึงจุดเปลี่ยนแปลงในชีวิตของเบ็คแฮม จากการเข้ามาคุมทีมของ ฟาบิโอ คาเปลโล่ ซึ่งไม่เห็นค่าของเบ็คแฮมเท่าไหร่นัก เขาจับเบ็คแฮมเป็นตัวสำรอง หลายต่อหลายครั้ง

ซึ่งก่อนหน้านั้น ทางมาดริดได้เสนอสัญญา 2 ปี ให้กับเบ็คแฮม แต่เจ้าตัวต้องการสัญญาระยะยาวกว่านั้น ซึ่งจนแล้วจนรอดก็ไม่มีสัญญาฉบับใหม่สักที จนกระทั่งเมื่อวันที่ 11 มกราคม 2007 เบ็คแฮมได้ประกาศ เซ็นสัญญาย้ายไปร่วมทีม “แอลเอ แกแล็คซี่” หลังจบฤดูกาล 2007!!!

จากกรณีดังกล่าว ทำให้คาเปลโล่ ประกาศตัดเบคแฮมออกจากทีม และไม่ให้ลงเล่นอีกต่อไป แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้เบคแฮมเลิกล้มช่วงเวลาที่เหลือ กับทีมชุดขาวแต่อย่างใด เขายังคงมาซ้อมกับเพื่อนร่วมทีมเป็นปกติ จนกระทั่ง มีอยู่ช่วงหนึ่งที่ทีมราชัน ฟอร์มบู่เป็นอย่างมาก มีเสียงเรียกร้องจากแฟนๆ ให้ส่งเขาลงเล่นกู้สถานการณ์ จนในที่สุด เบคแฮมก็ได้กลับมาลงเล่นอีกจนได้ และโชว์ฟอร์มได้ยอดเยี่ยมเสียด้วย กับบทบาท กองกลางด้านขวา  จนกระทั่งเรอัล มาดริด คว้าแชมป์ลาลีกา ไปครองในที่สุด ซึ่งคาเปลโล่ ถึงกลับมาให้สัมภาษณ์เลยว่า “ผมเสียใจจริงๆที่เราไม่ยื่นสัญญาในระยะเวลาอย่างที่เขาต้องการ”

เดวิด เบ็คแฮม
เอาชนะใจคาเปลโล่ กลับมาช่วยมาดริด คว้าแชมป์ในช่วงท้ายของซีซั่น

หลังจากนั้นเบ็คแฮมย้ายไปอยู่กับ แอลเอ แกแล็คซี่ เลือกใส่เบอร์ 32 ซึ่งวันที่เปิดตัวนั้น มีแฟนบอลมารอชมถึง 250,000 คนเลยทีเดียว

ในฤดูกาลแรกกับทีมแอลเอ เบ็คแฮมได้ลงทั้งสิ้น 8 นัด และทำได้ 1 ประตู

เบ็คแฮมยังคงไว้ลายอยู่เสมอ หลังยิงไกลร่วมครึ่งสนามอีกครั้ง ในแมทช์เจอกับแคนซัสซิตี้ วิซาร์ด ซึ่งยิงไกลในระยะร่วม 70 หลา

เดวิด เบ็คแฮม
ย้ายไปอยู่กับ แอลเอ แกแล็คซี่ เลือกใส่เบอร์ 32

ใช้เวลาอยู่สองปี ไม่ได้มีอะไรติดไม้ติดมือเลย เขาเลยตัดสินใจย้ายไปเล่นแบบยืมตัว กับ ปีศาจแดงดำ เอซี มิลาน

เดวิด เบ็คแฮม
ไปอยู่กับมิลานด้วยสัญญายืมตัว ช่วงสั้นๆ

แม้ว่า เอซี มิลาน ได้ยื่นข้อเสนออยู่หลายครั้ง ซึ่งครั้งสุดท้ายมีมูลค่าสูงสุดที่ 10.5 ล้านปอนด์ แต่เงินแค่นี้ ทีมเศรษฐีจากอเมริกาไม่ยอมขายอยู่แล้ว แต่สุดท้ายก็ต้องกลับมาเล่นให้กับแอลเอ ต่อไปตามเดิม

david beckham
ต้องกลับมาเล่นให้กับแอลเอ ต่อไปตามเดิม

เบ็คแฮมยังมีโอกาสได้ไปเล่นในลีค ฝรั่งเศส กับ เปเอสเช เป็นช่วงเวลาสั้นๆ ก่อนประกาศแขวนสตั๊ดในปี 2003 โดยเขาถึงกับหลั่งน้ำตาและทำใจไม่ได้กับการยุติอาชีพที่เขารักลงในที่สุด

david beckham
ประกาศแขวนสตั๊ดอย่างเป็นทางการในปี 2003

7 ปีหลังจากนั้น เบ็คแฮม เป็นเจ้าของสโมสร อินเตอร์ ไมอามี่ ที่เขาก่อตั้งขึ้นมาเอง ใน เมเจอร์ลีกซอกเกอร์

david beckham
ก่อตั้งสโมสรเอง นักเลงพอ
Digiqole ad

folk asdtas

Related post