พลิกแล้วพลิกอีก บลูเวฟ ตาม 4 ลูกแซงชนะ แบงค็อก ปิดฉากคว้าแชมป์ฟุตซอลไทยลีก

 พลิกแล้วพลิกอีก บลูเวฟ ตาม 4 ลูกแซงชนะ แบงค็อก ปิดฉากคว้าแชมป์ฟุตซอลไทยลีก
Digiqole ad

พีทีที บลูเวฟ ชลบุรี โดน แบงค็อก บีทีเอส นำก่อนถึง 4 ลูก แต่ยังพลิกแซงชนะได้แบบสุดระทึก ทำให้กลับมาทวงแชมป์ฟุตซอลไทยลีก 2020 ได้สำเร็จ

พีทีที

วันที่ 20 ธ.ค. 63  ฟุตซอลไทยลีก 2020 นัดที่ 24 ที่สนามบางกอก อารีนา คู่แรกในเวลา 12.00 น. ถือเป็นบิ๊กแมตช์ เมื่อ “อัศวินเมืองหลวง” แบงค็อก บีทีเอส เอฟซี อันดับ 5 ที่มี 39 คะแนน ลงสนามพบกับจ่าฝูง “ฉลามพลังเพลิง” พีทีที บลูเวฟ ชลบุรี ที่ทำไป 61 คะแนน ซึ่งหากเก็บ 3 แต้มได้ก็จะการันตีตำแหน่งแชมป์ทันที

อย่างไรก็ตาม ก่อนเกมในวันนี้จะเริ่มขึ้น ฝ่ายจัดได้มีการห้ามแฟนฟุตซอลเข้าชมในสนาม โดยให้กลับมาแข่งขันแบบปิดอีกครั้ง หลังเกิดการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่ จ.สมุทรสาคร ซึ่งมียอดผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้นมากกว่า 500 ราย

หลังจากเขี่ยลูกเริ่มเล่น พีทีที บลูเวฟ ชลบุรี ก็เปิดฉากบุกเข้าใส่ทันที แต่นาทีที่ 3 อรุษ เส็นบัตร ผู้รักษาประตูออกมาเล่นนอกเขตโทษหวังเปิดบอลยาว แต่ตัดสินใจช้าเกินไปจนโดน รามอน ปาเบา เข้ามาบล็อกจนเตะไปติดขาแล้วกระดอนเข้าประตู ทำให้ แบงค็อก บีทีเอส นำก่อน 1-0

จากนั้นนาทีที่ 6 “อัศวินเมืองหลวง” อาศัยจังหวะโต้กลับ ธนโชติ เสาะแสวง กึ่งยิงกึ่งผ่านไปหน้าประตู อรุษ เส็นบัตร ใช้เท้าสกัดแต่โชคร้ายบอลไปโดนขาของ มูฮัมหมัด อุสมานมูซา เข้าประตูตัวเองอีก แบงค็อก บีทีเอส จึงหนีห่าง 2-0

สถานการณ์ของ “ฉลามพลังเพลิง” ยังไม่ดีขึ้น นาทีที่ 12 พีรพัฒน์ แก้ววิลัย ไปตัดฟาวล์ พีระพล สัตย์ซื่อ ที่กำลังจะง้างเท้ายิงในเขตโทษจนเสียจุดโทษ รามอน ปาเบา สังหารเข้าไปกลางประตูเป็น 3-0

แบงค็อก บีทีเอส ยิ่งเล่นยิ่งมั่นใจ นาทีที่ 18 จากจังหวะโต้กลับอีกครั้ง นาวิน รัตนวงศ์สวัสดิ์ ปาดไปให้ รามอน ปาเบา ซัดเผาขนที่เสาไกลเป็น 4-0 พร้อมกับเป็นแฮตทริกในเกมนี้ของดาวเตะชาวบราซิลด้วย

แต่นาทีที่ 19 เกมรับ “อัศวินเมืองหลวง” ไปเสียสมาธิ ปล่อยให้ ณัฐวุฒิ หมัดยะลาน หลุดขึ้นมาทางซ้ายแล้วยิงลอดขา ภาคียะ จันทร์แถม ตีไข่แตกให้ “ฉลามพลังเพลิง” ไล่มา 1-4 ในครึ่งแรก

ครึ่งหลัง พีทีที บลูเวฟ ชลบุรี ลุยหนักต่อเนื่อง นาทีที่ 28 มาร์คัส กาวา เปิดคิกอินยัดเข้าในให้ มูฮัมหมัด อุสมานมูซา แต่งหนึ่งจังหวะแล้วอัดเสยใต้คานเข้าไปเป็น 2-4

นาทีที่ 29 อภิวัฒน์ แจ่มเจริญ ได้บอลทางฝั่งขวาก่อนตัดสินใจซัดเอง บอลพุ่งเรียดเสียบเสาสองอย่างเด็ดขาด ปลุกความหวังให้ “ฉลามพลังเพลิง” ไล่จี้ขึ้นมา 3-4

พีทีที บลูเวฟ ชลบุรี ยังไม่เพลาเกมรุก นาทีที 32 มูฮัมหมัด จ่ายตัดแนวรับแบบยกแผงจากด้านซ้ายไปที่เสาไกลให้ จิรวัฒน์ สอนวิเชียร เติมขึ้นมายิงไม่เหลือซาก ตีเสมอเป็น 4-4 จนได้

เกมยังเป็นของทีมจ่าฝูงที่กดดันหนัก นาทีที่ 36 ธนโชติ เสาะแสวง ไปออกบอลช้าจนโดน มูฮัมหมัด อุสมานมูซา เข้ามาแย่งจากเท้าแล้วพลิกไปยิงง่ายๆ ให้ “ฉลามพลังเพลิง” พลิกกลับมานำครั้งแรก 5-4

ช่วง 3 นาทีสุดท้าย แบงค็อก บีทีเอส งัดเพาเวอร์เพลย์ออกมาสู้บ้าง และนาทีที่ 38 นาวิน จ่ายลึกเข้าไปให้ รามอน ยิงโล่งๆ ตีเสมอเป็น 5-5

เกมกลับมามาบี้กันต่อจนเข้าสู่ช่วงนาทีสุดท้าย มาร์คัส กาวา เปิดลูกคิกอินจากขวาไปเสาสอง จิรวัฒน์ วิ่งตัดหลัง นาวิน เข้ามาซัดตูมเดียวเข้าไปตุงตาข่าย และเป็นประตูชัยให้ พีทีที บลูเวฟ ชลบุรี พลิกกลับมาชนะไปอย่างสุดมัน 6-5

จบเกมนี้ “ฉลามพลังเพลิง” เก็บเพิ่มเป็น 64 คะแนน ส่งผลให้แต้มขาดแล้ว เนื่องจากแชมป์ 2 ฤดูกาลก่อนหน้านี้อย่าง การท่าเรือ เอเอสเอ็ม ที่มี 54 คะแนน และยังเหลืออีก 3 นัด หมดสิทธิ์ไล่ทันอย่างแน่นอน พีทีที บลูเวฟ ชลบุรี จึงกลับมาทวงแชมป์ลีกได้สำเร็จ และถือเป็นแชมป์สมัยที่ 10 ของสโมสร หลังจากเคยทำได้ในปี 2006, 2009, 2010, 2011, 2012, 2014, 2015, 2016 และ 2017

บูล

ขอบคุณแหล่งที่มา thairath

Digiqole ad

Related post